ไทยระวังเสียแชมป์ การส่งออกทุเรียนไปจีน

เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดมหกรรมแสดงสินค้า ‘จีน-อาเซียน’ (China-ASEAN Expo) ครั้งที่ 19 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติหนานหนิง นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน ซึ่งหนึ่งในสินค้าที่เป็นพระเอกในงานก็คือ ทุเรียนทั้งแบบทุเรียนสด และทุเรียนแปรรูปจากประเทศไทย งานนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงสินค้าของประเทศอาเซียน และประเทศสมาชิกความตกลงการเป็นหุ้นส่วนระดับภูมิภาค (RCEP) โดยตั้งแต่มีการก่อตั้งเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ทั้งประเทศจีนและไทย ก็ได้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านการค้ากันมากขึ้น ทำให้ความต้องการทุเรียนของชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุเรียนสดและผลิตภัณฑ์ทุเรียนของไทยถูกขนส่งผ่านช่องทางต่างๆ สู่ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วจีน และเป็นที่นิยมในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนไม่แพ้กัน

ก่อนหน้านี้ ทุเรียนไทยกว่าจะขนส่งเข้าถึงมณฑลเสฉวน รวมถึงมหานครฉงชิ่ง และเมืองอื่นๆ ในภาคตะวันตกของจีน ส่วนการส่งทางทะเลจะมีการส่งไปยังเมืองท่าเรือในภาคตะวันออกก่อน แล้วจึงส่งต่อผ่านเส้นทางอื่นภายในประเทศจีนอีก หลังจากการเปิดเส้นทางขนส่งแบบผสมผสาน ทางรางและทางทะเลในจีนตะวันตกสายใหม่ ทางรถไฟจีน-เวียดนาม และรถไฟจีน-ลาว ทุกวันนี้ทุเรียนไทยเดินทางตรงถึงเสฉวนและฉงชิ่ง หรือกระทั่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนได้เร็วขึ้น

หลังจากการบังคับใช้ความตกลง RCEP เมื่อ 1 ม.ค. ปีนี้ รถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่อัดแน่นด้วยทุเรียนไทย 17 ตู้ ก็วิ่งผ่านเวียดนามมาถึงด่านผิงเสียงในกว่างซี ด่านนำเข้าผลไม้ทางรถไฟแห่งแรกของจีน โดยจีนนำเข้าทุเรียนจากอาเซียน ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-เวียดนามแล้วกว่า 14,000 ตัน นับถึงวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากทางรถไฟแล้ว ในด้านการขนส่งทางอากาศเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ทุเรียนไทยล็อตหนึ่งบินลัดฟ้ามาถึงสนามบินหนานหนิงหลังทำการบินเพียง 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความสำเร็จด้านการบริหารจัดการของสนามบินฯ และทำให้ทุเรียนจากสวนในไทยสามารถมาโผล่ที่ตลาดจีนได้ใน 24 ชั่วโมง

ดร.ภูมิพัฒณ์ พงศ์พฤฒิกุล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ ดร.สุเทพ นิ่มสาย วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิจัยที่มีผลงานด้านการค้าไทย-จีน กล่าวไว้ในบทความ “การส่งออกทุเรียนไทยไปยังประเทศจีน” ว่า ทุเรียนเป็นกลุ่มผลไม้ที่สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และในกลุ่มสินค้าหลักของไทยที่ส่งออกไปยังประเทศจีน ไม่พูดถึงทุเรียนคงจะไม่ได้ เนื่องจากทุเรียนอยู่ในกระแสข่าวทั้งทางด้านราคา รสชาติ และในด้านการแข่งขันกับประเทศต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทุเรียนจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภทผลไม้สด แช่แข็ง แช่เย็น และอบแห้ง ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ติดอยู่ใน 15 อันดับที่มีมูลค่าการส่งออกไปยังประเทศจีนมากที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่สามารถปลูกทุเรียนได้ คู่แข่งสำคัญของไทยคือ ประเทศมาเลเซีย เพราะประเทศมาเลเซียมีจุดเด่นที่สายพันธุ์ทุเรียนซึ่งได้รับการยอมรับในระดับ Premium Grade นั่นคือ พันธุ์มูซานคิง เป็นพันธุ์พื้นเมืองของมาเลเชียและได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งทุเรียน” เพราะมีรสชาติดี เนื้อเนียนสีแหลืองเข้ม รสชาติหวานมัน มีกลิ่นเฉพาะตัว และเป็นที่นิยมของชาวจีน มูซานคิงมีราคาสูงกว่าหมอนทองมาก นอกจากประเทศมาเลเซียแล้ว ก็ยังมีประเทศเวียดนามอีกประเทศที่กำลังขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย

            นักวิจัยด้านการค้าไทย-จีนยังแนะนำอีกว่า การส่งออกทุเรียนเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องมีการรวมกลุ่มเพื่อทำข้อตกลง และบริหารจัดการ ควบคุมคุณภาพไม่ให้มีทุเรียนอ่อน และทำหน้าที่รวมสินค้า รวมถึงคำนวณเรื่องระยะเวลาการจัดส่งไม่ให้ทุเรียนไปถึงแล้วสุกเกินไป เพราะถึงแม้ตอนนี้จีนจะอนุญาตให้ไทยส่งออกทุเรียนสดไปขายได้เพียงประเทศเดียว จากการได้รับอนุญาตสำนักควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบกักกันโรคแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Quality Supervision Inspection and Quarantine of People Republic of China – AQSIQ) โดยนับว่าเป็นสินค้าชั้นสูง แต่ทุเรียนจากเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซียและเวียดนามที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ก็นับว่าเป็นคู่ปรับรายใหญ่บนสังเวียนการค้าที่ไทยไม่ควรมองข้าม